ตั้งอยู่ปากทางเข้าวัดภูเขาทอง เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในท่าทรงม้าศึก โดยเลือกจากเหตุการณ์ตอนออกมาสังหารทหารเอกของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงที่มีชื่อว่า ลักไวทำมู พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2538-2542 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มีพื้นที่ทั้งหมดถึง 1,075 ไร่ ประกอบด้วย สระน้ำ พื้นที่จัดกิจกรรม สวนสาธารณะ ทั้งยังเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อ
ด้วยความสูงถึง 90 เมตร ทำให้เจดีย์ภูเขาทององค์นี้โดดเด่นมองเห็นได้แต่ไกลอยู่กลางทุ่งภูเขาทอง ซึ่งเป็นทุ่งกว้างใหญ่นอกเกาะเมืองอยุธยา ในอดีตยามเหตุการณ์ปกติ นอกจากเป็นแหล่งปลูกข้าวแล้ว ในช่วงฤดูน้ำหลากชาวบ้านยังใช้บริเวณนี้เป็นที่แข่งเรือและเล่นสักวากัน แต่เมื่อเกิดศึกสงครามหลายครั้ง ท้องทุ่งแห่งนี้ก็กลายเป็นทั้งที่มั่นตั้งรับข้าศึก หรือมิฉะนั้นก็เป็นสถานที่ตั้งค่ายสำหรับข้าศึกยามยกทัพมาประชิดกรุงศรีอยุธยา หลังสงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2310 วัดภูเขาทองก็กลายเป็นวัดร้าง แ
เจดีย์ศรีสุริโยทัยตั้งอยู่ในย่านหัวแหลม หรือท่าวาสุกรี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา องค์เจดีย์สีทองโดดเด่นตั้งอยู่บนฐานสูงสามารถแลเห็นได้แต่ไกล ลักษณะเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง บนยอดซุ้มมณฑปทั้งสี่ทิศมีเจดีย์องค์เล็กตั้งอยู่ แต่ไม่มีพระพุทธรูปประดิษฐาน บริเวณนี้แต่เดิมคือสวนหลวงของพระราชวังติดกับวัดสบสวรรค์ ในเวลาต่อมาได้รวมกันเป็นวัดสวนหลวงสบสวรรค์ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าเจดีย์องค์นี้อาจบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย หรือ พระสุริโยทัย ที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงสร้างขึ้นเพื่อ