Orchard
ศูนย์พัฒนาไม้ผลตามพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี
|
12.72923,102.1193
|
ภายในศูนย์ฯ มีการจัดสาธิตวิธีทำเกษตรตามพระราชดำริ แบบครบวงจรทั้ง สวนผลไม้ การเลี้ยงสัตว์ การกักเก็บน้ำ และพื้นที่สำหรับทำการศึกษาทดลองพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ เน้นการลดต้นทุนการผลิต ลดการใช้สารเคมี เพื่อผลผลิตจะได้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสามารถจำหน่ายได้ทั้งภายในและภายนอกประเทศ โดยแบ่งการนำชมเป็น 3 เรื่องราว
1. เรื่องของน้ำ เราสามารถชมการกักเก็บน้ำด้วยเขื่อนขนาดเล็ก เพื่อชะลอการไหลและลดความรุนแรงไม่ให้น้ำไหลเร็วทำให้น้ำซึมสู่พื้นดิน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ และยังป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน รวมถึงกักเก็บตะกอนและเศษซากพืชที่ไหลลงมากับน้ำ ช่วยยืดอายุของแหล่งน้ำให้ตื้นช้าลงและทำให้มีปริมาณและคุณภาพของน้ำดีขึ้น รวมทั้งใช้อุปโภคบริโภคของคนและสัตว์ภายในศูนย์พัฒนาไม้ผล
2. เรื่องของดิน มีการสาธิตการเตรียมดินเพื่อความเหมาะสมในการปลูกพืชของทางศูนย์ ด้วยสภาพดินของศูนย์ฯ มีความเป็นกรดสูงก่อให้เกิดโรคของไม้ผลได้ง่าย ทางศูนย์ฯจึงต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของพืชแต่ละชนิดที่จะปลูก มีการปรับปรุงดินด้วยการใส่ปุ๋ยคอกสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้แก่ดิน และยังมีการปลูกพืชคลุมดิน ปลูกพืชหมุนเวียน รวมถึงการใช้ฟางคลุมหน้าดินเพื่อยังความชุ่มชื่นและความอุดมสมบูรณ์ของดินไว้ตลอด โดยทุกอย่างที่เพื่อป้องกันอาการดินจืดหรือเสื่อมคุณภาพนั่นเอง
3. เรื่องการเพาะปลูก โดยจำลองวิธีการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีจุดแข็งทางวัตถุดิบได้แก่ มูลสัตว์ เศษพืช เพื่อผลิตปุ๋ยหมักเพียงพอต่อการใช้ในแปลงปลูกพืช ด้านแรงงานในการปลูกพืชได้รับการเอาใจใส่จาก กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ทำให้ส่วนแห่งนี้มีไม้ผลพันธุ์ดีจำนวนมาก คือ ทุเรียน มังคุด ลองกอง ที่มีคุณภาพดีจำนวนมากขึ้นทูลเกล้าถวายในหลวงของเรา และเมื่อใครได้ชิมลิ้มลองผลไม้ของสวนแห่งนี้จึงนับเป็นบุญแก่ตนเอง เพราะที่นี่คือ สวนของพ่อ อย่างแท้จริง
ตั้งอยู่ที่ : บ้านทุ่งโตนด หมู่ที่ 8 ต.ท่าหลวง อ.มะขาม จ.จันทบุรี 22150
ตำแหน่ง GPS : N12.72923, E102.11930
ติดต่อ : เกษตรและสหกรณ์จังหวัดจันทบุรี โทร. 0 3937 3136
สิ่งอำนวยความสะดวก : ห้องน้ำ และลาดจอดรถ
รู้ก่อนเที่ยว : เข้าชมฟรี กรุณาติดต่อล่วงหน้าทุกครั้งของการเยี่ยมชม ภายในศูนย์ไม่มีร้านอาหารไว้คอยบริการ หากต้องการพักค้างคืน นำเต็นท์ไปด้วย ใส่รองเท้าหรือรองเท้าที่สามารถกันน้ำ กันเปื้อน ตลอดการเยี่ยมชมเพื่อความสะดวกต่อการศึกษาดูงาน
แนะนำ : ช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. หากพักค้างคืนที่นี่ สามารถมองเห็นแสงไฟแห่งศรัทธายาวเยียดของยอดเขาคิชฌกูฎ เป็นภาพที่สวยงามประทับใจควรจดจำ

